

เงินได้จากต่างประเทศ หมายถึง เงินได้ที่เกิดจากการมีหน้าที่งาน การประกอบกิจการ หรือการดำเนินการใด ๆ ที่เกิดขึ้น
ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเงินเดือน ค่าจ้าง ค่าบริการ หรือรายได้ประเภทอื่นใด เช่น

รายได้จากการทำงานให้บริษัทต่างชาติ

รายได้จากการให้คำปรึกษาหรือบริการทางวิชาชีพในต่างประเทศ

รายได้จากการขายทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ

เงินปันผล ดอกเบี้ย กำไรจากการลงทุน หรือค่าเช่าจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ

หลักเกณฑ์ในการถือเป็นเงินได้พึงประเมิน เงินได้จากต่างประเทศจะถือเป็น “เงินได้พึงประเมิน” ตามประมวลรัษฎากร และต้องนำมาคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย

เมื่อเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ประการ

ดังนี้

ผู้มีเงินได้มีสถานะเป็น “ผู้อยู่ในประเทศไทย” ตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร (อยู่ในประเทศไทยครบ 180วันในปีปฎิทินนั้น)

นำเงินได้จากต่างประเทศที่เกิดขึ้นในปีที่มีสถานะเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย“เข้ามาในประเทศไทย” (นำเงินได้เข้ามาในไทยปีใดถือเป็นเงินได้ของปีนั้น)
กรณีได้เสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายในต่างประเทศไปแล้วสำหรับเงินได้นั้นๆสามารถนำมาเครดิตภาษีในไทยได้หรือไม่



ต้องตรวจสอบอนุสัญญาหรือความตกลงเพื่อการเว้นการจัดเก็บภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement: DTA)ว่ามีข้อตกลงกับประเทศไทยหรือไม่

หาก มี DTA: อาจสามารถใช้เครดิตภาษีได้ (รายละเอียดขึ้นอยู่กับสิทธ์และอัตราในการเก็บภาษีตามDTA แต่ละฉบับ)

หาก ไม่มี DTA: ไม่สามารถใช้เครดิตภาษีสำหรับเงินได้จากต่างประเทศนั้นได้

การเตรียมการเพื่อคำนวณเครดิตภาษี

แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ที่ได้ยื่นและชำระได้ในต่างประเทศ

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายของต่างประเทศ (Withholding Tax Certificate)

หลักฐานการชำระภาษีหรือใบเสร็จรับเงินในต่างประเทศ

หลักฐานการโอนเงินเข้ามาในประเทศไทย เช่น ใบโอนเงินผ่านธนาคาร
การคำนวณเงินได้ที่เป็นสกุลเงินต่างประเทศ ให้แปลงเป็นเงินบาท ณ วันที่นำเงินเข้ามาในประเทศไทยโดยสามารถเลือกใช้อัตราแลกเปลี่ยนได้ดังนี้


(1) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน(อัตราซื้อ) หรือ


ตัวอย่าง: นาย ก ได้รับเงินจากต่างประเทศจำนวน USD 1,000 และนำเงินเข้ามาในประเทศไทยในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ในวันดังกล่าว
• ธนาคารพาณิชย์ประกาศอัตราซื้อ (Buying Rate) ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568 = 36.20 บาท/USD
• ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ อัตราซื้อถั่วเฉลี่ย (Average Buying Rate) = 36.15 บาท/USD
(ประกาศ ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 เลา 18.00 น.)

วิธีคำนวณ (เลือกใช้ได้หนึ่งวิธีเท่านั้น)
วิธีที่ 1: ใช้อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารพาณิชย์ : 1,000 USD × 36.20 บาท/USD = 36,200 บาท
วิธีที่ 2: ใช้อัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารแห่งประเทศไทย : 1,000 USD × 36.15 บาท/USD = 36,150 บาท